มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์

posted on 11 Feb 2010 11:12 by colourfulcommunity

ถิ่นแห่งศรัทธา >>>>> มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์

"มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์" หรือ "สุเหร่ากองอาสาจาม" โดยกองอาสาจามได้สร้างขึ้นเมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เล่ากันมาว่าพระยาราชบังสันแม้น เป็นชามจามผู้ก่อสร้าง ผู้ทำนุบำรุงต่อมา คือ พระยาราชบังสันฉิม ซึ่งเป็นบุตรพระราชบังสันแม้น และเป็นผู้ที่นำชาวมลายูปัตตานีมาพักที่บ้านครัวในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่อนที่จะนำไปตั้งถิ่นฐานตามแนวฝั่งคลองที่แสนแสบ มีนบุรี หนองจอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระยาราชบังสันฉิม เรียกสุเหร่านี้ว่า สุเหร่าคลองนางหงส์ และต่อมาเรียกกันว่าสุเหร่าเก่า ผู้ทำนุบำรุงต่อมา คือ พระยาราชบังสันบัว ซึ่งเป็นบุตรของพระยาราชบังสันฉิม และเมื่อพระยาราชบังสันบัวถึงแก่กรรมในปี พ.ศ.2436 อีกประมาณ 61 ปีต่อมาระหว่างพ.ศ.2497-2498 สัปปุรุษได้รื้อถอนอาคารมัสยิดหลังเดิมลงและก่อสร้างขึ้นใหม่ จากภาพถ่ายอาคารมัสยิดหลังเดิม เห็นบานหน้าต่างเปิดปิดเข้าในตัวอาคาร หลังคาอาคารเป็นทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องแผ่นเล็กๆที่ใช้กับศาสนสถานโบราณ ผนังอาคารก่อสร้างด้วยอิฐก้อนใหญ่ เอนสอบเข้าหากัน เหมือนผนังโบสถ์สมัยกรุงศรีอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อาคารมัสยิดหลังใหม่ก่อสร้างเป็นคอนกรีต ผนังภายนอกเป็นหินขัดชนิดสาก ภายในฉาบปูนเรียบ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี แล้วเสร็จในปีพ.ศ.2500 ใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

 

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาคารมัสยิดมีลักษณะการก่อสร้างเป็นสองส่วนติดกัน อาคารส่วนหน้าได้สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 7 โดยสร้างขึ้นเป็นมุขของอาคารมัสยิดหลังเดิม หลังคาเป็นดาดฟ้า เหนือดาดฟ้าโดมแปดเหลี่ยม พื้นอาคารส่วนหน้านี้ปูด้วยกระเบื้องเซรามิครุ่นเก่าไว้และยังคงไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็นจนทุกวันนี้ แต่ก่อนมัสยิดมีบ่อน้ำสำหรับอาบน้ำละหมาด รูปทรงบ่อเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขอบบ่อโดยรอบเป็นบันไดไปข้างล่าง เหมือนสระทรงตามเทวสถาน ต่อมาน้ำมนบ่อเน่าเสีย ตอนสร้างมัสยิดหลังใหม่จึงถมเต็มแล้วสร้างเป็นศาลาอาบน้ำละหมาดด้วยก๊อกขึ้นแทนที่สระเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต่อมาในปี 2503 มีผู้อุทิศสร้างหออาซานรูปทรงสี่เหลี่ยม ยอดหออาซานเป็นโดมขนาดใหญ่ตั้งอยู่เคียงข้างด้านทิศใต้ของอาคารมัสยิดส่วนหน้า จากนั้นมามิได้มีการก่อสร้างใดๆอีก เพราะที่มีอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว ว่างเว้นการก่อสร้างมานานประมาณ30 ปี จึงมีผู้บริจาคสร้างอาคารเอนกประสงค์เพื่อใช้เป็นที่พักมัสยิด และใช้เป็นที่อาบน้ำในมัสยิดอาคารนั้นด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 1 Mar 2010 23:13:09 by colourful community

Comment

Comment:

Tweet

อุดสะรามาเรกุม ไงเราพูดได้นิหน่อย ต่อไปเป็นของชาติไหนหละ

#4 By เพชรกมล on 2010-02-20 23:11

เออ ดี ต่อไปทำเรื่องอิรัก นะ

#3 By BANG YOUR HEAD on 2010-02-16 12:56

มัสยิดconfused smile

#2 By ozonemagazine on 2010-02-11 13:38

จี 11 สีอ่อนจังconfused smile

#1 By Mode Bangkok on 2010-02-11 12:41