พาหุรัดรำลึก

posted on 21 Feb 2010 00:15 by colourfulcommunity

ถิ่นนี้มีอดีต >>>>> พาหุรัดรำลึก

 

 

 

 

         

          “พาหุรัด” สถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ลิตเติ้ลอินเดียเมืองไทย”

           “พาหุรัด” แหล่งค้าผ้าเก่าแก่ของกรุงเทพฯ

             “พาหุรัด” ชุมชนชาวอินเดียที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ

วลีดังกล่าวด้านบนคงจะเป็นคำอธิบายอย่างย่อๆที่คนทั่วไปรับรู้กัน แต่หากคุณต้องการรู้ที่มาของถนนพาหุรัดว่า เกิดขึ้นได้อย่างไรหรือทำไมต้องชื่อพาหุรัด ต้องอ่านในย่อหน้าถัดจากนี้ไป

           "ถนนพาหุรัด" เกิดขึ้นเนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ที่บ้านญวน ตำบลบ้านหม้อถึง 2 ครั้งติดๆกัน บริเวณที่ไฟไหม้มีพื้นที่ติดต่อกันทำให้มีที่ว่างมากจึงทำให้ตัดถนนขึ้นที่ตรงนั้นและเป็นถนนที่กว้างถึง 20 เมตร ยาวตั้งแต่บ้านหม้อถึงถนนจักรเพชรเป็นระยะทาง 525 เมตร ส่วนสาเหตุที่ชื่อ “พาหุรัด” ก็เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพาหุรัดมณีมัย ประไพพรรณพิจิตร นริศราชกุมารี พระราชธิดาองค์แรกในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินิในรัชกาลที่ 5

 

 
 

"ถนนพาหุรัด" เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้การคมนาคมสะดวกสบายขึ้น จึงมีผู้คนมาปลูกบ้านเรือนอยู่อาศัย โดยเฉพาะชาวอินเดียซึ่งเดิมขายผ้าอยู่แถวบ้านหม้อ วัดเกาะ (วัดสัมพันธวงศ์) ได้อพยพเข้ามาทำมาหากินในแถบพาหุรัดกันมากขึ้น ที่ดินบริเวณนี่ส่วนใหญ่เป็นของวัดเลียบ (วัดราชบุรณะ) มีที่ดินของเอกชนบ้างก็มากนัก ที่ดินของวัดเลียบส่วนหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าวัดเลียบ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดลงบริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า วัดเลียบ และโรงไฟฟ้า จนทำให้บริเวณนี้กลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า แต่บริเวณโดยรอบเป็นตึกแถวขายเสื้อผ้ายังคงมีอยู่

 

 

 

 

 

ในช่วงนี้มีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขายอาหารแต่ไม่มากนัก เนื่องจากไม่ได้รับความนิยมเท่าตลาดปีระกาและตลาดบ้านหม้อซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าและเปิดมานานแล้ว สุดท้ายก็ไปไม่รอดต้องเลิกไปโดยปริยาย แต่กิจการขายผ้าของชาวอินเดียเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆมีการสั่งผ้าจากต่างประเทศทั้งยุโรป อเมริกา และอินเดียเข้ามาจำหน่าย ผ้าที่ได้รับความนิยมเป็นพวกผ้าชีฟองและผ้าลูกไม้อย่างดีจากต่างประเทศ

 

 

 

           

              ช่วงหลังมีพ่อค้าชาวจีนในสำเพ็งได้ขยับขยายออกมาสร้างตึกแถวขายสินค้าบนสองฟากถนนพาหุรัด เป็นการค้ามาแบ่งตลาดการค้าเสื้อผ้าจากกลุ่มพ่อค้าชาวอินเดีย แต่อย่างไรกลุ่มพ่อค้าชาวอินเดียเหล่านี้ก็ยังคงรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น รักษาวัฒนธรรมประเพณี ทั้งการแต่งกาย เครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน ของตนเอาไว้

 

 

 

edit @ 1 Mar 2010 23:18:06 by colourful community

Comment

Comment:

Tweet

question question question

#3 By BANG YOUR HEAD on 2010-02-26 23:04

อดีตเมื่อวันวาน

#2 By ozonemagazine on 2010-02-24 01:12

ไม่ได้ไปนานแล้วbig smile

#1 By bannn-ta-thai on 2010-02-21 00:35