สัมผัสอดีตที่..........ลพบุรี

posted on 04 Mar 2010 20:19 by colourfulcommunity

สรรสาระ >>>>> ถิ่นนี้มีอดีต  

สัมผัสอดีตที่..........ลพบุรี

 

          เมืองลพบุรี เป็นเมืองโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทย อยู่บริเวณราบลุ่มแม่น้ำลพบุรีและป่าสัก จากการที่ทีสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมและศาสนาตลอดมา โดยมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องมาตามลำดับตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ สมัยประวัติศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน

 

 

 

              พระนารายณ์ราชนิเวศ  สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199-2231) โปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชวังขึ้น ณ เมืองลพบุรี เมื่อพ.ศ.2209 สำหรับเป็นที่แปรพระราชฐาน โดยช่างชาวฝรั่งเศสและอิตาลีเป็นผู้ออกแบบและก่อสร้าง พระองค์เสด็จมาประทับ ณ พระราชวังนี้เป็นเวลานานๆทุกปีและเสด็จสวรรคตที่นี่ หลังจากรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไม่มีพระมหากษัตริย์องค์ใดเสด็จมาประทับ จนกระทั่งถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดฯให้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ตลอดจนสร้างพระที่นั่งเพิ่มเติม ปัจจุบันใช้เป็น พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์         

             พระนารายณ์ราชนิเวศแบ่งออกเป็น 3 เขต คือเขตพระราชฐานชั้นนอก มีอาคารสำคัญ ได้แก่ ตึกพระเจ้าเหา ตึกสิบสองท้องพระคลัง ตึกเลี้ยงแขกเมือง อ่างเก็บน้ำ และโรงช้างหลวงเขตพระราชฐานชั้นกลาง มีพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  2 องค์ คือ พระที่นั่งจันทรพิศาล และพระที่นั่งดุสิตสวรรคธัญญมหาปราสาท สมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้สร้างหมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎและทิมดาบเขตพระราชฐานชั้นใน มีพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และหมู่ตึกพระประเทียบ 8 หลัง สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

 

 

 

 

 
อ่างเก็บน้ำ

            สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อพ.ศ.2209 โดยฝีมือบาทหลวงชาวฝรั่งเศสและอิตาลีสำหรับเป็นที่กักเก็บน้ำใช้และจ่ายไปตามท่อดินเผาเข้าสู่ตึกและพระที่นั่งต่างๆในพระราชวัง น้ำเหล่านี้ไหลมาตามท่อดินเผาจากอ่างซับเหล็กซึ่งอยู่กลางหุบเขานอกเมืองลพบุรี

 

 

 

 

สิบสองท้องพระคลัง

                 สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อพ.ศ.2209   เป็นตึกแถวสองข้างยาวต่อกัน รวม 12 ห้อง ใช้เป็นที่เก็บของและสินค้าของหลวงก่อนที่จะส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ สมเด็จพระนารายณ์ทรงโปรดให้เบกผ้าจากพระคลังศุภรัตน์ให้ข้าหลวงใส่บวชก่อนที่พระองค์จะสวรรคตซึ่งเป็นคลังผ้าหนึ่งในสิบสองท้องพระคลัง 

 

 
 

 

 

 

ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง

 

  

                  สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อพ.ศ.2209 เป็นห้องโถงสำหรับเลี้ยงรับรองทูตต่างประเทศ ตั้งอยู่ในพระราชอุทยาน รอบตึกมีคูน้ำล้อมรอบและมีน้ำพุสายเล็กๆราว 20 จุด สมเด็จพระนารายณ์ได้พระราชทานเลี้ยงแก่ทูตฝรั่งเศสและทูตเปอร์เซียเมื่อพ.ศ.2228 และ พ.ศ.2230  

 

 

 

 

โรงช้าง

                สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อพ.ศ.2209 เป็นที่อยู่ของช้างหลวง สำหรับยืนโรงโรงละ 1 เชือก ซึ่งยังคงเหลือรากฐานโรงช้างนับได้ราว 10 โรง ใกล้ๆโรงช้างมีรากฐานอาคารเล็กๆ สำหรับเป็นที่พักอาศัยของควาญช้าง สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเลี้ยงช้างไว้ใช้ในราชการจำนวนมาก และทรงใช้ช้างเป็นพาหนะสำหรับเสด็จประพาสป่าล่าสัตว์

 

 

  

 

ตึกพระเจ้าเหา

 

 

               สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อพ.ศ.2209 สันนิษฐานว่าคงจะเป็นหอพระประจำพระราชวัง ชื่อพระเจ้าเหาคงจะหมายถึงชื่อพระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีที่อยู่ในตึก เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงประชวรหนักสมเด็จพระเพทราชาได้ใช้ตึกนี้เป็นที่ประชุมขุนนางและประกาศยึดอำนาจ  

   

 

ข้อมูลบางส่วนจาก            เมืองประวัติศาสตร์ ลพบุรี โดยสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 3 พระนครศรีอยุธยา สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร

 

 

 

 

 

 

edit @ 5 Mar 2010 14:53:22 by colourful community

Comment

Comment:

Tweet